ทำไมต้องมีตัวช่วย “การจัดการความรู้”
โลกยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านต่างๆ
เช่น สารสนเทศ ความรู้ เทคโนโลยี การตลาด ความต้องการของลูกค้า คู่แข่ง ฯลฯ
โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่ส าคัญๆ ได้แก่
• สินค้าและการผลิตที่ต้องพึ่งพาความรู้และสารสนเทศ
เช่น สินค้าไฮเทคต่างๆ มีความสำคัญทั้งด้าน
คุณค่าและมูลค่ามากกว่าสินค้าและการผลิตที่พึ่งพาแรงงาน เครื่องจักร
และทรัพยากรธรรมชาติ
• การแข่งขันเปลี่ยนจากใครมีขนาดใหญ่กว่ามาเป็นใครเร็วกว่า
• ความได้เปรียบด้านการผลิตที่อาศัยความรู้
ทักษะและเทคโนโลยี สำคัญกว่าด้านเครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์
• ความคิดสร้างสรรค์ใช้สร้างความได้เปรียบได้ดีกว่าการใช้ทุน
• การสร้าง
การกระจาย และการใช้ความรู้ซึ่งอาจเรียกรวมกันว่าการจัดการความรู้ กลายเป็นตัว
ขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการเติบโต สร้างความมั่งคั่ง
และสร้างงานใน อุตสาหกรรมทุกรูปแบบ
โลกของการท
างานก็เปลี่ยนแปลงไป เช่น
• งานที่ใช้แรงงานกลายเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้
• งานที่ทำซ้ำเหมือนเดิมทุกวันกลายเป็นงานสร้างสรรค์
• งานที่ใช้ทักษะเพียงด้านเดียวกลายเป็นงานที่จำเป็นต้องใช้ทักษะหลากๆ
ด้าน
• งานตายตัวตามหน้าที่กลายเป็นงานยืดหยุ่นตามโครงการ
• งานใครงานมันเปลี่ยนเป็นงานของทีม
ในปัจจุบันการทำงานก็มีปัญหาเกี่ยวกับความรู้
เช่น
• เวลามีปัญหาในการท
างานไม่ทราบว่าจะไปถามผู้ที่เก่งในเรื่องนั้นๆ ได้ที่ไหน
• การแบ่งปัน
แลกเปลี่ยนความรู้ทำในวงแคบ เฉพาะคนที่สนิทสนมกันเท่านั้น
• ไม่ได้ถือว่าการแลกปันความรู้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน
จึงต้องให้มีปัญหาเสียก่อนถึงจะมีการแลกปัน
และจะแลกปันกันเฉพาะเรื่องที่เป็นปัญหาเท่านั้น • ไม่มีการเผยแพร่แบ่งปันความรู้ที่ได้จากการไปร่วมประชุม
อบรม สัมมนา ให้แก่คนอื่นๆ ที่ไม่ได้ไป
• การค้นหาข้อมูลที่ต้องการส่วนใหญ่ใช้เวลานาน
หาไม่ค่อยพบ
• ข้อมูลที่หาได้มักจะไม่ทันสมัย
ไม่สมบูรณ์หรือไม่ตรงตามความต้องการ
• การท
างานไม่เกิดการต่อยอดงาน ต้องเริ่มที่ศูนย์อยู่เรื่อยไป
• มักมีการทำงานผิดพลาดซ้ำๆ
ในเรื่องเดิมๆ เพราะขาดความรู้ที่ถูกต้อง
• ไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ
ส่วนมากจะซ้ำๆ กัน
• การฝึกอบรมอย่างเดียวไม่เพียงพอ
เพราะจะมีการนำไปใช้ประโยชน์แค่ 10 % และภายใน 2 สัปดาห์ หากไม่ได้นำกลับมาใช้อีก ทักษะหรือความรู้ต่างๆ จะหายไปร่วม 87
%
• ความรู้อยู่ที่ตัวบุคลากร
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น เกษียณอายุ ลาออก ย้าย เปลี่ยนหน้าที่ ก็เกิดผล
กระทบกับงานและองค์กร
• องค์กรมี“วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ” หรือ “Best
Practice” แต่ไม่ค่อยนำมาใช้ไม่เคยนำไปขยายผลให้กับ หน่วยงานอื่น
และบางทีองค์กรก็ไม่รู้ว่า Best Practice ของตนคืออะไร
• องค์กรไม่มีการเก็บรวบรวมประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานโดยเฉพาะการดำเนินโครงการสำคัญๆ
การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบันและโลกของการทำงาน รวมทั้งปัญหาในการทำงานในปัจจุบัน
ผลักดันให้องค์กรต้องมีการค้นหา สร้าง รวบรวม กลั่นกรอง จัดเก็บ
ความรู้อย่างเป็นระบบเพื่อให้บุคลากรที่ ต้องการใช้เข้าถึงความรู้นั้นได้ตลอดเวลา
บุคลากรทั้งผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารก็จะต้องมีการเรียนรู้ มีการ 4 สร้างและใช้ความรู้ในการท างานอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
ซึ่งไม่เพียงจะช่วยให้องค์กรอยู่รอดปลอดภัยใน
โลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วและมีการแข่งขันสูง
ยังมีความเติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น